|
***เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริงซึ่งเกิดขึ้นกับผู้หญิงไทยคนหนึ่งเมื่อปี
2545 ชื่อบุคคลที่ เกี่ยวข้องเป็นชื่อสมมุติ***
่ติ่งเป็นผู้หญิงที่สวยน่ารัก อายุ 26
ปี รูปร่่างบอบบางตามแบบฉบับผู้หญิงไทย เธอ ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขอยู่กับแฟนซึ่งเป็นรุ่นพี่อายุมากกว่าไม่กี่ปี
เธอบอกว่าใน ตอนนั้นเธอแทบไม่รู้จักคำว่าความทุกข์เลย ชายคนนี้รักแและทนุถนอมเธอเสมอมา จนทั้งสองมั่่่นใจในความรัก
จึงจัดงานแต่งงานขึ้นใหญ่โตที่บ้านเกิดของติ่ง ซึ่งอยู่ ทางภาคเหนือ
ติ่งและแฟนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบจะตลอด 24 ชั่งโมง เพราะทั้ง สองคนทำงานอยู่ที่เดียวกัน
ใครๆ เห็นต่างก็อิจฉาสองคนนี้ และไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายลง
เริ่มจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่เราเรียกกันว่า ยุค ไอเอ็ม เอฟ
บริษัทที่ทั้งสองทำงานอยู่ต้องปิดตัวลง ทำให้ติ่งและแฟนต้องแยกไปหางาน ทำใหม่
ซึ่งงานที่ได้ก็ไม่่ได้อยู่ที่เดียวกันอย่างเมื่อก่อน และทั้งสองคนก็เริ่มห่าง เหินกันทีละน้อย
ท้ายสุดทั้งสองต่างเรียกร้องความสนใจด้วยการประชดประชัน จนในที่สุด
ติ่งก็ได้รู้ว่า แฟนที่ตัวเองรักและเชื่อใจได้ไปมีสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับ เพื่่อนร่วมงาน
ติ่งยังคงรักแฟนอยู่มากพยายามทนอยู่ แต่ก็ไม่นานเท่าไร เธอจึง ตัดสินใจแยกทางกัน
เพราะไม่สามารถทำใจยอมรับได้ ติ่งย้ายไปอาศัยอยู่กับ แม่ที่บ้านเกิดชั่วคราว
ชาวบ้านในละแวกนั้นก็นินทากันอย่างสนุกปากเกี่ยวกับ ความล้มเหลวของติ่ง
แม่จึงถามความสมัครใจของติ่งว่า ถ้าแม่จะหาเงินให้ติ่ง ซักก้อน
เพื่อเดินทางไปอยู่กับน้าที่เยอรมันนีสัก 3 เดือน และในระหว่างนั้นให้ น้าช่วยหาผู้ชายที่ดีมาเป็นคู่ครอง
ติ่งจะว่าอย่างไร ติ่งก็รีบตกลงไปทันที แม่และ น้าใช้เวลาอยู่เป็นเดือนกว่าจะให้ติ่งเดินทางมากับน้าและน้าเขยได้
พอมาถึง เยอรมันนี ความสวยงามของบ้านเมืองก็ทำให้ติ่งทิ้งความทุกข์จากเมืองไทย ไปช่วงหนึ่ง
ติ่งใช้เวลาไปกับการออกไปนอกบ้าน ชมสถานที่ต่าง ๆ และเมื่อไร ที่น้ามีเวลาว่างน้าจะพาติ่งไปเที่ยวเสมอ
ติ่งไม่อยากจะกลับเมืองไทยเลย และ อยากจะใช้ชีวิตที่เหลือที่เยอรมันนี
หนทางเดียวก็คือการแต่งงาน ทั้งน้าและน้า เขยต่่างก็ช่วยกันเต็มที่
ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำสัปดาห์ ทุก ๆสัปดาห์จะมี ข้อความผู้หญิงไทยอายุ
26 ปี ต้องการแต่งงานกับชายเยอรมัน ทุกวันจะมีจด หมายมาที่ไปรษณีย์
เรียกว่านับไม่ถ้วนเลย ทุก ๆ วันน้าเขยจะเปิดจดหมายออก อ่าน และพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
บางรายน้าเขยถึงกับต้องขับรถไป คอยดูให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าข้อมูลที่เขียนมาในจดหมายนั้นเป็นจริงหรือไม่ จนที่สุดก็เหลือผู้ชายอยู่
2 คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม คนแรกชื่อ ไรอัน เป็นคน หนุ่มอยู่หน้าตาและบุคคลิกดีมาก
ทำงานอยู่ในโบสถ์แห่งหนึ่ง ไรอันรักและ ต้องการแต่งงานกับติ่งอย่างที่สุด
แต่ฝันของทั้งสองคนก็ต้องจบลง เมื่อไรอัน โทรมาบอกว่าไม่อาจแต่งงานกับติ่งได้เพราะบาทหลวงไม่อนุญาต
ติ่งเองก็ เสียใจอยู่ไม่่น้อย แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป
สำหรับผู้ชายคนที่สอง ชื่อโทมัส คนนี้ไม่ใช่สเปคของติ่งเลย
ทั้งที่ติ่งเองยอมรับว่าโทมัสเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ อายุ 40 ปี ยังไม่เคยผ่านการแต่งงาน
มีหน้าที่การงานที่มั่นคง และพร้อมที่ จะแต่งงานกับติ่งได้ทันที
แต่ติ่งไม่สามารถทำใจให้ชอบโทมัส เพราะโทมัส ไม่หล่อ โทมัสก็รู้ตัวเองดีแต่ก็ยืนยันว่ารักและต้องการแต่งงานกับติ่ง และเมื่อถึงวันนัดหมายที่ติ่งจะต้องให้คำตอบกับโทมัส
(เหลือเวลาที่ติ่งจะอยู่ ในเยอรมันนีได้อีก 10 วัน) ก็บังเอิญมีหนุ่มใหญ่ติดต่อเข้ามากระทันหันจำเป็นต้อง เลื่อนนัดโทมัสออกไป
โดยวันนั้นติ่งก็ได้เจอกับบ๊อบแทน บ๊อบเป็นหนุ่มใหญ่ อายุ
51 ปี ทำงานเป็นวิศวกร เคยผ่านการแต่งงานและการหย่าร้างแล้ว แต่ไม่ มีลูกด้วยกัน
ติ่งรู้สึกถูกชะตากับบ๊อบมาก เพราะบ๊อบมีลักษณะภูมิฐาน การ แต่งตัวเนี๊ยบมาก
ขับรถหรู ติ่งบอกว่ารู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่กับชายสูงอายุ และ คิดว่าถ้าได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้แล้วคงจะสบายไปตลอด
ไม่ต้องทำงาน ให้เหนื่อย คราวนี้ปัญหาก็คือติ่งมีเวลาเหลืออีกแค่
10 วันเท่านั้น ที่ีวีซ่่่าระบุ จะทำอย่างไรถึงจะรู้จักนิสัยใจคอของบ๊อบ
และในวันรุ่งขึ้นบ๊อบก็ได้มาเยี่ยม ติ่งที่บ้านน้าหลังเลิกงาน
ติ่งตัดสินใจเก็บข้าวของไปอยู่กับบ๊อบที่บ้าน โดย หวังว่าจะได้ใกล้ชิดกับบ๊อบ
ติ่งใช้เวลาที่หลืออย่างเพลิดเพลินอยู่ที่บ้านบ๊อบ จนลืมเมืองไทยไปเลย
บ๊อบทั้งรักและหลงติ่งมาก ไปทำงานก็โทรหาติ่ง ตลอดเวลา ส่วนติ่งก็ทำหน้าที่เสมือนเป็นแม่บ้านที่ดี
ทำความสะอาดทุกซอก ทุกมุม จนไปเจอข้าวของเครื่องใช้ต่าง
ๆ ซึ่งเป็นของผู้หญิงไทย เช่น เสื้อผ้า แชมพู พอบ๊อบกลับมาก็เลยถามว่าจะอธิบายว่าอย่างไร
บ๊อบก็บอกความจริง ทั้งหมดว่าเป็นของผู้หญิงคนก่อน เค้ามาอยู่ที่นี่แต่ยังไม่ทันได้แต่งงานกัน
ก็ ขโมยของมีค่าหนีไปอยู่กับผู้้ชายอื่น บ๊อบก็หวังว่าติ่งจะไม่่หลอกลวงอย่าง ผู้หญิงคนนี้
พอติ่งได้รู้เรื่องก็รู้สึกเห็นใจและเข้าใจ เพราะบ๊อบก็ดีกับติ่งมาก และต้องการแต่งงานกับติ่ง
ในขณะเดียวกันติ่งก็ไม่่เคยถามถึงว่าบ๊อบมีความ พร้อมในเรื่องแต่งงานหรือไม่
จนถึงวันสุดท้ายที่ิติ่งต้องเดินทางกลับเมือง ไทย บ๊อบไปส่งติ่งที่สนามบิน
ซื้อของให้มากมาย แถมเงินอีกเป็นแสน โทรศัพท์มือถือไว้โทรถึงกัน
และยังบอกด้วยว่าอีกไม่กี่เดือนจะบินไปหาติ่ง ที่เมืองไทย พอถึงเวลาบ๊อบก็มาหาจริง
ๆ อย่างที่พูดไว้ ในระหว่างที่ติ่งอยู่ เมืองไทยบ๊อบส่งเงินให้ติ่งใช้ทุกเดือน
ประมาณเดือนละ ห้าหมื่นบาท ติ่งเองก็ใช้เงินไปกับการเที่ยวและซื้อของฟุ่มเฟืือย
หลังจากนั้นอีกไม่นาน บ๊อบก็บินมาหาติ่งเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ติ่งได้ให้เอกสารต่างๆ
ที่ต้องใช้ ในการสมรสไปกับบ๊อบ เพื่อให้บ๊อบไปเดินเรื่องทางเยอรมันนี
พอบ๊อบ เดินทางกลับไปแล้ว ติ่งได้รับการติดต่อจากบ๊อบน้อยลง
ทางฝ่ายติ่งก็ พยายามโทรหาบ๊อบอยู่ตลอด เพราะเอกสารที่ให้ไปนั้นใกล้จะหมดอายุ แล้ว
และได้เดินเรื่องไปถึงไหน แต่คำตอบที่ได้ยินอยู่ทุกครั้งก็เหมือน เดิมคือ
ขอเวลาตัดสินใจหน่อย เพราะการแต่งงานเป็นสิ่งสำคัญไม่อยาก สูญเสียเหมือนอย่างครั้งแรก
อีกอย่างติ่งก็อายุน้อย ไม่รู้ว่าจะรักและให้ความ จริงใจกับบ๊อบได้นานแค่ไหน
บ๊อกยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ได้อยู่ในใจบ๊อบ ตลอดมา หลังจากที่ได้ตกหลุมรักติ่ง
และนานวันเข้าก็ยิ่งคิดมาก เพราะ เพื่อนฝูง คนใกล้ชิดต่างก็เตือนเป็นเสียงเดียวกัน
ไม่นานนักบ๊อบก็ ขาดการติดต่อกับติ่ง ติ่งเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ตนไม่เคยคาดคิด มาก่อนว่าจะมาลงเอยแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไปคุยไว้ทั่วว่าจะแต่งงานกับ คนเยอรมัน
และจะย้ายไปอยู่เยอรมันนีด้วย ทางเดียวที่่่ติ่งพอจะทำได้ ก็คือไปใช้ชีวิตในกรุงเทพตามลำพัง
ตัดขาดจากสังคมเดิม ทำให้เพื่อน ฝูงไม่ได้รับข่าวคราวของติ่งอีกเลย
|