หน้าแรก  การแต่งกาย  ครอบครัว  เทศกาลต่าง ๆ  อาหาร  เพื่อนบ้าน  ยามว่าง  ภาษา  สถานที่เที่ยว  ที่อยู่อาศัย

 
 เรื่องจริงจากเยอรมันนี

 

ครอบครั


เรื่องการใช้ชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเรื่องหนึ่ง   ที่หลายคนพูดกันว่า
"คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า"  และเรื่องนี้เองก็เป็นจุดดึงดูดความสนใจให้
ผู้หญิงไทยหลายคนเดินทางมาอาศัยอยู่ที่นี่  เพราะต้องการจะใช้ชีวิตคู่กับชาวต่าง
ชาติ หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า "ฝรั่ง"

ครอบครัวชาวเยอรมันในอดีตก่อนสงครามโลก ก็มีลักษณะคล้ายกับคนไทย อยู่กัน
แบบครอบครัวขนาดใหญ่  มีปู่ ย่า ตา ยาย อาศัยอยู่ด้วยกัน   แต่พอมาถึงยุคปัจจุบัน
สภาพครอบครัวก็เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวขนาดเล็กมีเพียง พ่อ แม่ และลูก เท่านั้น
สามี ภรรยามีหน้าที่รับผิดชอบภาระทุกอย่างในบ้านร่วมกัน  ทั้งงานในบ้าน นอกบ้าน
และการเลี้ยงดูลูก  ส่วนการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่นั้นถ้าไม่ทำก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา
เพราะพ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูลูกให้เติบโต  พอถึงเวลาที่ลูกเป็นผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 18 ปี
ขึ้นไป) สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ ก็จะแยกไปอยู่ต่างหากเป็นส่วนตัว  จนกว่าจะมี
คู่และครอบครัวของตัวเอง  เด็กวัยรุ่นเมื่อพ้นอายุ 18 ปีแล้ว ก็ไม่อยากจะอาศัยอยู่กับ
พ่อแม่อีกต่อไป  ต้องการความเป็นอิสระมากกว่า  พอมีงานทำ รายได้นั้นก็ไม่จำเป็น
ต้องแบ่งให้พ่อ แม่ใช้  เพราะถือว่าพวกท่านมีเงินเกษียณที่รับจากรัฐบาลอยู่แล้วทุก
เดือน  ยามเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  มีคนแก่
บางคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังจนอายุ 90  ปี โดยไม่ต้องพึงพาลูกหลานเลย

และด้วยเหตุนี้เองก็เป็นปัญหาที่ฝรั่งหลายคนอยากแต่งงานกับผู้หญิงไทย แต่ไม่เข้า
ใจประเพณีและความเป็นอยู่ของไทย เช่น ทำไมต้องมีเงินค่าสินสอดในวันแต่งงาน
(เหมือนกับเป็นการซื้อขายมากกว่า) ทำไมต้องส่งเงินให้พ่อ แม่ใช้   ฝรั่งเค้ามองว่า
ถ้าคนเราแต่งงานมีครอบครัวก็เป็นการแยกตัวมาสร้างฐานะของตนเอง     และก็ไม่
จำเป็นต้องไปรับผิดชอบผู้อื่น  ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะทำความเข้าใจ
กันตั้งแต่เนิ่น ๆ

ฝรั่งบางคนเข็ดจากการใช้ชีวิตแต่งงานกับผู้หญิงเยอรมัน เพราะพวกเธอมีความมั่่่นใจ
ในตัวเองสูงมากและไม่สนใจความรู้สึกของฝ่ายชาย  สังคมความเป็นอยู่และกฏหมาย
ของประเทศเยอรมันนีให้หญิงและชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน   และสิ่งนี้เองที่ทำให้ฝรั่ง
เบี่ยงเบนความสนใจไปที่ผู้หญิงเอเซีย โดยเฉพาะผู้หญิงไทย เพราะผู้หญิงไทยเปรียบ
เสมือนช้างเท้าหลังสามีว่าอย่างไรก็ว่าตาม แล้วยังเอาอกเอาใจสามีอีกด้วย  ที่มีความ
เชื่ออย่างนี้ก็เนื่องมาจากวัฒนธรรมของเรา  (จากสื่อต่าง ๆ) เป็นแบบนั้นจริง ๆ  มีฝรั่ง
บางคนตั้งความหวังไว้มาก  แต่กลับไปเจอหญิงไทยที่มีคุณสมบัติตรงข้างกับที่กล่าว
มา คราวนี้ก็เกิดทัศนคติที่ไม่ดี อยากประกาศให้ผู้อื่นได้รับรู้ เรื่องนี้มีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
ในกระทู้      ส่วนฝรั่งที่แต่งงานใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขกับภรรยาคนไทย
ก็มีอยู่มากมายแต่เค้าก็อยู่กันแบบนั้นไม่่จำเป็นต้องบอกใคร จะมีแต่คนที่ผิดหวังอยาก
ระบายความรู้สึกให้คนทั่่่วโลกได้รับรู้  ความหนักแน่นและความเชื่อมั่นเท่านั้นที่จะพา
ให้คู่รักผ่านอุปสรรคนีี้ไปได้ และใช้ชีวิตครอบครัวได้อย่างมีความสุข

การมาเริ่มต้นมาใช้ชีวิตครอบครัวในต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
จนเกินไป ถ้าทั้งสองฝ่ายจะพยายามปรับตัวเข้าหากัน   ผู้เขียนเองยังจำคำที่นาย
อำเภอผู้ทำพิธีในวันแต่งงานได้กล่าวไว้ว่่า "นับจากนี้ไปถือเสมือนว่าคุณได้ยอมรับ
ผู้ชายคนนี้้เป็นสามี ซึ่งหมายถึงทั้งด้านดี และด้านที่ไม่ดีของเขา ทั้งยามที่เขาหลับ
หรือยามที่เขาตื่น  การใช้ชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องที่สองฝ่ายต้องปรับตัวเข้าหากัน   ลำพัง
คนต่างครอบครัวกันตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็ต้องปรับกันมาพอแล้ว แต่นี่
ทั้งสองต่างชาติ ต่างภาษา และต่างวัฒนธรรม ก็ต้องอาศัยการปรับตัวมาขึ้นไปอีก
เปรียบเสมือนทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างสะพานเชื่อมหากันจากประเทศหนึ่งไปยังอีก
ประเทศหนึ่ง................." ทุกวันนี่้ก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกันว่าสะพานที่ว่านั้นจะสร้าง
เสร็จเมื่อไหร่  อย่างไรก็ตามคำกล่าวนี้ก็ยังนำกลับมาใช้ได้เสมอ

 


 


 

Google

 

 

 

 

  last updated/ .

2004-2007, All rights reserved by Link-PU