|
วันคริสต์มาส
วันคริสต์มาสเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเยซูเจ้า
ผู้เป็นศาสดาสูงสุดของศาสนาคริสต์ และชาวคริสต์เองเชื่อว่า
พระเยซูไม่ใช่เป็นเพียงคนธรรมดา ๆ ที่เกิดเหมือนเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด
การบังเกิดของพระองค์จึงนับเป็นเหตุการณ์พิเศษ ที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับชาวเยอรมันเองถือเอาวันที่
24 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันคริสต์มาส ซึ่งชาวเยอรมัน เรียนกันว่าวัน
"Weinachten" บรรยากาศ และสีสรรของเทศกาลจะเริ่มมีให้เห็นกันตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม
ดูจากห้างสรรพสินค้า และร้านต่าง ๆ จะมีสินค้าสำหรับวันนี้ให้เลือกซื้อ
เพื่อนำมาประดับตกแต่งที่อยู่อาศัย ตลอดจนถึงของใช้ภายในบ้านจะถูกสับเปลี่ยนให้เป็น ไปตามบรรยากาศคริสต์มาสด้วย
ต้นคริสต์มาส
หรือต้น Weihnach ในอดีตชาวคริสต์มักจะนำต้นไม้นี้มาประดับฉากในการ แสดงละครที่หน้าวัดในวันสำคัญนี้
และทำกันมาช้านานจนถึงศตวรรษที่ 15 พระสังฆราช เห็นว่าการแสดงนี้มีเนื้อหาสาระล้อเลียนผู้ปกครองบ้านเมืองและศาสนา
จึงสั่งห้ามไม่ให้ มีการแสดงละครเหล่านี้ต่อไป แต่ชาวบ้านยังชื่นชอบประเพณีนี้อยู่
ก็เลยเปลี่ยนไปเลี้ยง ฉลองกันเองในบ้าน และก็ยังคงนำต้นไม้นี้มาประดับไว้ที่บ้านเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงทุก วันนี้
นอกจากนั้นแล้วการจุดเทียน
4 เล่ม ชาวเยอรมันเรียกกันว่า "Advent" ก่อนถึงเทศกาล
(จุดอาทิตย์ละ 1 เล่ม) จนกระทั่งถึงเทียนเล่มสุดท้ายก็เป็นการเตือนให้รู้ว่า
เทศกาล สำคัญที่ทุกคนรอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว ปัจจุบันการจุดเทียนนี้จะทำเป็นบางครอบครัวที่ เคร่งครัดทางศาสนา
ซานตาครอส
ก็เป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของวันคริสต์มาส ซึ่งประวัติความ เป็นมาของซานตาครอสไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับวันนี้เลย
เพราะซานตาครอสเป็น ่นักบุญแต่เดิมมีชื่่อว่านิโคลาส
(ชาวเยอรมัน จะเรียกว่า นิโคเล้าส์) และนักบุญนี้จะ มาเยี่ยมเด็กๆทุกวันที่
6 ธันวาคมเพื่อเอาของขวัญมาให้ และคืนวันนี้เองเด็ก ๆ ทุกคน จะตั้งตารอคอยของขวัญที่นิโคลาสนำมาใส่ไว้ในถุงเท้า
คงจะเป็นเพราะความใจดีของ นักบุญนิโคลาสนี้ก็ได้ที่ทำให้ถูกนำมาเป็นสัญญลักษณ์สำคัญของวันคริสต์มาสไปโดย ปริยาย
เช่นเดียวกับบรรยากาศการรอรับของขวัญของเหล่าเด็ก ๆ ในวันคริสต์มาสนี้
อาหารที่นิยมนำมากินกันในเทศกาลนี้คือ
"ห่าน" ซึ่งจะมีราคาแพงเป็นพิเศษในระหว่าง นี้
ความสำคัญอยู่ที่การได้สนุกสนานกันภายในครอบครัว คิดถึงภาพห่านตัวโตประมาณ ห้ากิโล
ถูกนำมาอบเป็นเวลานานกว่า ห้าชั่วโมงในเตาอบ หลังจากนั้นนำไปตั้งโต๊ะให้ สมาชิกในครอบครัวแย่งกันกินใครอยากกินส่วนไหนเลือกกันตามสะดวก
พออิ่มกันก็ย้าย ความสนใจไปที่บรรดาของขวัญที่วางอยู่ใต้ต้นคริสต์มาส
คราวนี้ของขวัญทุกกล่อง จะต้องถูกเปิดดูว่าใครได้รับอะไรกันบ้าง
ก็เป็นที่สนุกสนาน ทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยเฉพาะ เด็ก ๆ ทั้งหลาย
ปัจจุบันวันคริสต์มาสเปรียบเสมือนวันครอบครัวไปแล้ว
การเลี้ยงฉลองจะทำกันภายใน ครอบครัวเท่านั้น เด็กจะได้รับของขวัญมากเป็นพิเศษ
สมกับเป็นเทศกาลของการให้ จริง ๆ ซึ่งถ้าใครมีลูกหลานมาก ก็ต้องให้ของขวัญมากตามไปด้วย
|